2008/Apr/11

.

พรุ่งนี้จะออกเดินทางไปต่างจังหวัดแล้ว

จุดหมายปลายทางนั้นคือ อำเภอ แม่พริก จังหวัดลำปาง

ซึ่งอยู่ติดกับจังหวัดตาก

เป็นบ้านยายของฉันเอง ที่นั่นค่อนข้างจะสงบ

รู้สึกดี ที่จะได้หลบหนีจากเมืองไป 1 อาทิตย์

ที่นั่นไม่มีอะไรเท่าไหร่ ไม่มีเซเว่น ไม่รู้จะได้เล่นเน็ตไหม

แต่จะเอาโน้ตบุ๊คไปด้วย (ติดมันซะแล้ว)

เอาหนังสือไปสักหลายเล่ม

.

บางที อาจเป็นโอกาสได้คิดอะไรใหม่

กลับมาแล้ว  กลับตัวกลับใจ สู้ต่อไป

.

ในเส้นทางเข้าไปยังบ้านยายของฉัน ซึ่งเป็นระยะทางหลายกิโลเมตร

จะมีร้านก้วยเตี๊ยวร้านหนึ่ง ชื่อ ร้านพี่นุ ซึ่งอร่อยมาก แล้วแม่ก็มากินตั้งแต่เด็ก

แล้วเราก็ต้องไปกินทุกครั้ง

เมื่อกี้แม่บอกว่า คงไม่ได้ไปกินก๊วยเตี๊ยวพี่นุแล้ว

ฉันถามว่า ทำไมหล่ะ

แม่บอกว่า พี่นุ เค้าตายแล้ว ล้มในห้องน้ำ แล้วไม่มีใครไปเจอ

น่าเศร้า ต่างจังหวัดบางทีก็เงียบ เงียบจนเกินไป

.

กลับมาแล้ว จะเอารูปมาฝาก

ถ่ายรูปแมวๆ บ้านยายมาให้ดู

.

มีความสุขกับวันสงกรานต์มากๆนะทุกคน

 

2008/Apr/02

 

* 1408 หรือ ชื่อภาษาไทยว่า ห้องสุสานแตก สร้างจากเรื่องสั้นของ สตีเฟน คิง เจ้าพ่อเรื่องสยองขวัญสั่นประสาทที่หลายคนรู้จักกันดี หลายคนอาจคิดว่า สตีเฟน คิง อีกแล้ว นวนิยายของสตีเฟน คิง ถูกนำมาสร้างเป็นหนังฮอลลีวู้ด ไม่รู้กี่เรื่อง ถ้าให้นึกตอนนี้ ก็นึกถึงเรื่อง the Shining โรงแรมสยองที่อยู่ๆ คุณพ่อที่นำแสดงโดย แจ็ค นิโคลสัน ก็วิ่งไล่ฆ่าลูก และ ภรรยา บรื๋ออหรือ ไม่ก็ Dreamcatcher เรื่องนี้อาจจะแหวกแนวหน่อย เพราะมีเรื่องเกี่ยวกับต่างดาวนิดๆ ยังมีอีกมากมาย ที่นึกไม่ออกตอนนี้ หรือไม่ก็เป็นหนังที่เราเคยดูๆกัน แต่อาจจะลืมไปว่า ก็ของสตีเฟน คิง อีกนั่นแหละ 

 

 1408 เป็นเรื่องราวของไมค์ แอนสลิน (นำแสดงโดย จอห์น คูแซค) นักเขียนนิยายจำพวก เรื่องราวสยองผีๆ ที่เขาไปมาแล้วทุกที่ที่ว่า ลือลั่นกัน ด้านความน่ากลัว แต่เขาก็ไม่พบอะไร บางสิ่งบางอย่างนำพาให้เขาได้ยินเรื่องราวของ ห้อง 1408 .. จึงตัดสินใจที่จะไปพิสูจน์ เรื่องราวจากนั้นก็คงต้องไปติดตามชมกันเอง ในเรื่องนะจ้ะ  1408 ไม่ได้สร้างความผิดหวังให้ฉันเลย แม้ว่าจะได้ยินคำเล่าลือมาว่า มันไม่สนุกเท่าไหร่ แต่สำหรับฉันแล้ว ถ้าเป็นหนัง ลึกลับ มนุษย์ต่างดาว เชื้อโรค สัตว์ประหลาด อย่างไร ก็อยากดูทั้งนั้น (แต่ถ้าเป็นหนังผีก็ไม่กล้าเท่าไร เพราะกลัว) จะว่าไปก็ไม่ได้ดูหนังที่สนุกๆแบบนี้นานแล้ว (สนุกสำหรับฉันนะ)  

1408 : สยองขวัญแบบฝรั่ง 

ฉันบอกได้เลยว่า นี้เป็นหนังผีแบบฝรั่งจริงๆ แบบที่เราเคยได้ยินเรื่อง คฤหาสน์สยองขวัญ มันเป็นเรื่องของสถานที่หลอนๆ ซึ่งก็คงเป็นวิญญาณชั่วร้าย ที่มาสิงสู่ ซึ่งต่างจากหนังผีแบบเอเชียเราๆ ที่มักเป็นผีผู้หญิงผมยาว เพราะในเอเชียเรา แท้จริงแล้วมีความกลัวความเป็นเพศแม่อยู่นั่นนะสิ โดยเฉพาะในญี่ปุ่น  ตอนเด็กๆ ฉันเคยดูหนังเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องเครื่องจักรผีสิง จะว่าไปก็เครื่องซักผ้านั่นแหละ แบบว่ามีผีสิงและกินคนเข้าไป จะว่าไปเรื่องสยองๆแบบนี้คิดได้ไงหนอ มันก็เหมือนจะไม่น่ากลัว แต่ตอนเด็กๆก็น่ากลัวไม่น้อยทีเดียว  

 

1408 หนังเรื่องนี้ ทำให้นึกถึง Twilight zone หรือ แดนสนธยา ซึ่งมีทั้งเวอร์ชั่นหนังและซีรี่ย์ ซึ่งมันก็น่ากลัวไม่น้อยเลยทีเดียว มันจะหลอนๆแบบ หลอน แล้วก็อีกนั่นแหละ ไม่มีผีโผล่ออกมาเท่าไหร่  นั่นทำให้บางทีแล้ว คนไทยอาจไม่กลัวกับความสยองแบบฝรั่ง แบบนิ่งๆเท่าไหร่นัก เพราะผีแบบเอเชียนั้น อย่างน่ากลัวจริงๆ ตอนที่ดู the Blair witch project  ก็เลยมึนหัวมากกว่า จะกลัวหล่ะมั้ง หนังฝรั่งบางทีก็เป็นความน่ากลัวของสถานที่ อย่างที่บอกไป เหมือนอย่างเรื่อง the haunting เป็นตัวอย่าง วิญญาณ ทำให้คฤหาสน์เหมือนมีวิญญาณทำนู่นทำนี่ได้ขึ้นมา บรื๋อ ….. 

 

ต่อไปนี้มีการเปิดเผยเรื่อง (ไม่เท่าไหร่ แต่ถ้ารู้คงสนุกน้อยลง) 

 

1408 เรื่องนี้ ไม่มีผี แต่มันเป็นเรื่องของ สิ่งชั่วร้าย ห้องชั่วร้ายนั่นแหละ ใครที่ต่างเข้าพักห้องนี้ ไม่มีใครรอดชีวิตเกิน 1 ชั่วโมงทั้งนั้น ไมค์ พระเอกของเรารู้ แต่ก็ยังเข้าไป ในตอนแรก เราจะยังไม่เห็นความน่ากลัวของมันเท่าไหร่ จนถึงตอนที่ อยู่วิทยุในห้องดังขึ้นมาเป็นเพลง we’ve only just begun ของ carpenter เท่านั้นแหละ (ทำไมต้อง carpenter อีกแล้ว) หลอนดี แล้วก็เริ่มนับถอยหลัง 1 ชม. ความสยองก็เริ่มๆขึ้นจากตรงนี้แหละ  

ตลอดทั้งเรื่อง เราอาจสงสัยประหวั่นพรั่นพรึง ว่า นี้มันความจริงหรือความฝันกันหรือนี้ ในเรื่องก็หลอนกันไปต่างๆนานา  ซึ่งมีอยู่ตอนหนึ่งที่เหมือนว่าจะหลุดออกไปจากห้องนี้ได้แล้ว ฉันก็ยังคิดว่า เอ นี้คงหลุดออกมาได้แล้วกระมัง เพราะมันก็นานอยู่  ปรากฏว่า ก็กลับมาที่ห้องนี้อีก (ไม่ผิดจากที่คิดไว้ แต่ก็น่ากลัวอยู่ดี) เราถึงได้รู้ว่า มันชั่วร้ายอย่างไร  นอกจากนี้พอนับหนึ่งชั่วโมงแล้ว เวลาก็กลับมาย้อนใหม่ นอกจากนี้ก็ยังมีการเสนอ หนทางการฆ่าตัวตายอีกด้วย ตรงนี้เราถึงได้รู้ว่า เหตุใดคนจึงฆ่าตัวตาย มากมายในห้องนี้  ก็เพราะมันทรมานอย่างนี้นี่เอง เหมือนคนฝันร้ายไม่รู้จบ แต่นี้เจอห้องชั่วร้ายแบบไม่รู้จบ น่ากลัวยิ่งกว่าเจอผีหรือเปล่าหนอ เพราะอย่างน้อยมันก็ฆ่าเราได้  ฉันชอบทางเลือกของพระเอกในตอนท้าย เผาห้องมันซะเลย จบกันไป แต่ตอนจบตอนท้ายก็ยังมีทิ้งท้ายอยูดี เหอๆ  

 

จบการเปิดเผย   

 

ป.ล.ไม่รู้จะบอกอย่างไง แต่หนังเรื่องนี้ เราค่อนข้างชอบนะ ช่วงนี้ดูหนังหลายเรื่องบ่อยๆมากๆ ก็อยากเขียนทุกเรื่องนั่นแหละ แต่เรื่องนี้มากสุด ก็เลยลุกมาเขียน สัญญาว่า เรื่องอื่นๆจะตามมา แต่ไม่ว่าเราเขียนเรื่องหนังเรื่องไหน ก็ต้องเปิดเผยเรื่องแทบจะหมดเรื่อง เพราะถ้าไม่เปิดเผยเรื่อง แล้วจะเขียนเรื่องหนังได้อย่างไรเนอะ 

เรื่องที่จะเขียนตามมาใน entry หน้า หน้า หน้า  (สัญญาไว้ก่อน) ไม่รู้มีใครได้อ่านป่าว แต่จะเขียนแล้วกัน-          บอดี้ ศพ 19 (หมกไว้นานแล้ว เขียนไม่จบสักที)-          Atonement -          Across the universe -          Invasion -          The Bourne ultimatum -          In her shoes  ดูไปเยอะแยะมาก ไม่รู้จะเขียนอันไหนอีกดี  

 

แล้วเจอกัน จาก ฉัน (Status : ตกงานมาได้พักหนึ่ง แต่คงอีกไม่นาน หล่ะมั้ง)   

 

edit @ 2 Apr 2008 15:37:09 by only human*EM (isolated*)

2008/Mar/27

*

เมื่อวานไปดูบอล ไทย โอมานมา ที่สนามราชมังคลา

โห ยิ่งใหญ่แหะ ตอนอยู่ข้างนอกยังไม่เข้าไป รู้สึกได้ถึงบรรยากาศและเสียง เฮ

เฮ ไรกันม่ะรุ  ไทยแลนด์ ปี้ด ปี้ด

เนื่องด้วย ฉัน หมี และ เต้นท์ (น้องหมี) ไปสายกัน

กว่าจะนั่งแทกซี่ไปถึง โอมานก็นำไป 1-0 แระ

บัตรก็ไม่มี กว่าจะเดินไปถึงที่ซื้อบัตร ก็หลายนาทีแระ

ไปถึงเค้าบอกว่า เข้า ได้เลย

เอ้า พอกลับไปจะเข้า ก็โดนไล่ ไปที่โซนเอส

เดินถึงโซนเอส เจ้าหน้าที่บอกว่า เอ้า ไม่มีบัตรจะเข้าฟรีรึไง

(แหม มีตังค์ซื้อบัตรนะคะ แต่เค้าไม่ขายนี่)

อีกคนบอก ต้องรอสมัครกลับมาก่อน (ตวนตีนนะเนี่ยะ)

แต่ในที่สุดก็ได้เข้า  (ชิ)

เดินไปนั่ง ชั้นสาม เก้าอี้ ฝุ่นได้ที่จริงๆ

คนเยอะมาก เต็มอัศจรรย์

แปลกดี ที่เห็นคนมาทำอะไรร่วมกัน เชียร์เหมือนกัน

.

บอลก็ดูได้เรื่อยๆ แต่ทีมโอมานเหมือนวิ่งแล้วสะดุดยอดหญ้าอ่อนบ่อยเหลือเกิน

เชียร์ทีมไทยเต็มที่ แพ้คราวนี้ก็ยังมีโอกาส(เล็กน้อย)

สู้ๆนะพี่

 

2008/Mar/25

*

วันก่อนได้มีประสพการณ์เก๋กู้ด มาก

คือ การเจ็บคอ เจ็บเหมือนมีมีดมากรีด

กลืนน้ำลายไม่ได้ ไม่อยากจะกินอะไร พูดก็เจ็บ

น่าเจ็บปวด เวลาที่ไม่สามารถสื่อสารอะไรกับใครได้

เป็นอยู่สองวัน

.

นึกว่าจะเป็นโรคร้ายแรงอะไรเสียแล้ว

บร้าจริงแค่เจ็บคอ

ตอนนี้อาการเริ่มดีขึ้นแล้ว ค่อยดีหน่อย

.

ไม่รู้ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร

ถ้าเกิดจากสิ่งนั้น ก็จะไม่ทำอีกแว้วว (ให้มันจริงเต้อะ)

 

2008/Mar/19

.

เมื่อวานเป็นวันเกิด 18 มี.ค.

ก็เกิดไปอีกปี ก็แก่ไปอีกปี

เกิดมาบนโลก 22 ปีแล้ว หลับตายังจำวันวานตอนเป็นเด็กได้

วันนี้จัดห้อง ลิ้นชักก็รกเหมือนเดิม แม้จะทิ้งของไปมากเพียงไหน

แต่ก็จะมีของบางอย่างที่ยังอยู่

เช่น ไพ่ยิบซีที่แถมกับขนมปาร์ตี้สมัยก่อน หรือ การ์ดแฟนต้า

หรือแม้แต่สมุดจดสมัยไหนก็ไม่รู้

เพราะเรามันจำพวกไม่ทิ้งสมุดที่เคยจดอะไรเล็กๆน้อยๆเลย

ห้องเรารกมาก ของเยอะไปหมด

เพราะไม่อาจตัดใจทิ้งความทรงจำต่างๆยามเป็นเด็กได้

ในลิ้นชักจะมีสติ้กเกอร์กระจัดการจาย (จำได้ไหมสมัยหนึ่งเค้าฮิตถ่ายสติกเกอร์กันม้ากมาย)

การ์ดที่เคยได้จากเพื่อน หรือจากคนที่เคยรักกัน

หยิบมาอ่านดูเป็นการ์ดอวยพรวันเกิดเมื่อปี 48 บอกว่าให้รักกันนานๆ

น่าแปลก ปีนั้นเราก็ต่างจากกันไป

.

ฉันชอบอ่านความทรงจำต่างๆ ของต่างๆมีเรื่องราวของมัน

คิดถึงเพื่อน คิดถึงเวลาสมัยมัธยม ที่ทางที่เคยไปก็เปลี่ยน

ร้านการ์ตูนตรงข้ามโรงเรียนที่ฉันและเพื่อนๆแวะก่อนกลับบ้านทุกวัน

จำชื่อร้านไม่ได้เสียแล้ว ตอนนี้กลายเป็นเซเว่นมาหลายปี

ห้างที่เคยไปเดินกัน ก็ทำใหม่เสียตั้งเยอะ นึกถึงร้านเกมเพลย์ที่ไปนั่งเล่นกัน

เล่นเกมต่อสู้ทีไร ฉันมักเอาชนะโดยรวดเร็วทุกที

.

วันเกิดปีนี้อยู่กับหมีทั้งวัน

แต่มันออกจะคล้ายๆวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา

ไปกิน อิ นา โฮะ (บุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่น) จนพุงจะแตก

จากนั้นก็ไป เซ็นทรัลเวิร์ด เดิน B2S แล้วก็กิน GELATE

เธอกินรส Double Chocolate ส่วนฉันกินรสที่มันเปรี้ยว

แต่วันนี้ เธอให้ดอกไม้ฉันด้วย ช่อไม่ใหญ่นัก แต่ฉันก็ดีใจ

เธอบอกว่า ฉัน ทำไมดูไม่ดีใจเลย

ดีใจนี่มันต้องบอกด้วยเหรอจ้ะ

ก็เพราะเธอให้ความสำคัญกับฉันอยู่แล้วนี่ ที่ฉันมักมองข้ามเวลาเศร้าโศก

จะพยายามไม่คิดถึงสิ่งแย่ๆอีกแล้วนะ ปีนี้

.

ปีนี้ อาจมีเพื่อนที่ลืมวันเกิดของฉันไปบ้าง

แต่ฉันก็ดีใจที่มีเพื่อนเก่านึกถึงวันเกิดของฉัน

เมสเสจที่ส่งมา ทำให้ชื้นใจได้ไม่น้อย

แม้จะไม่ได้จากเพื่อนสนิท แต่ฉันก็รู้ว่าพวกมันสนิทกันจนเกิดพูด

รักกันอยู่แล้ว วันเกิดวันเงย จำได้บ้างไม่ได้บ้าง ไม่สลักสำคัญเท่าใดนัก

(ฉันเอง ก็ยังลืมอวยพรวันเกิดเพื่อนซี้สุดๆเหมือนกัน)
.

เมื่อวานเพื่อนที่ไม่ค่อยได้เจอกัน โทรมาคุยกันแล้วก็นึกถึงเรื่องเก่าๆ

เพราะรู้จักตั้งแต่สมัยประถมเลย

ส่วนเมื่อตะกี้นี่เอง เพื่อนมัธยม โทรมาหา ช้าไปหนึ่งวันแต่ก็น่าดีใจ

ที่คุณหมอโอ้ (ไม่ใช่หมอโอ๊คนะ) ยังจำได้

หมอโอ้นับว่าเป็นเพื่อนรู้จักกันตั้งแต่ ม.1

ที่ฉันชอบไปพึ่งพา ตอนที่อยู่คนเดียว

เวลากลับบ้าน ชอบแวะไปกลับด้วยกันเสมอ ตั้งแต่สมัยอยู่เตรียมแล้ว

แม้ว่าจะช้ากว่า

แต่ก็ดีที่มีเพื่อนกลับด้วย แม้ว่าจะแปปนึงก็ตามที

โอ้ทำให้ฉันยิ้มได้เสมอ เป็นเพื่อนหมอที่ ต่อไปคนไข้ต้องปลื้มแน่ๆ

^^ ฉันไม่ได้เจอโอ้มาเกือบปีกว่าแล้ว เพราะว่ายุ่งมากๆ

คุยกัน โอ้บอกว่า คงเจอกันงานรับปริญญานู่นเลย

.

ฉันคงลืมบอกทุกคนไปว่า ฉันเรียนจบแล้ว (ซะที)

งานเสร็จเรียบร้อยวันสุดท้ายก็ 11 มี.ค.

จากวันนั้นถึงวันนี้ก็ยังงงๆ รู้อย่างเดียวว่าเหนื่อยมากๆกว่าจะผ่านพ้น มาได้ 

อยากนั่งเปื่อยๆ  อีกสักพัก แล้วหางาน

แต่ว่าต้องทำพอร์ตก่อน (ถ้าทำเสร็จแล้วคงจะมั่นใจกว่านี้)

รู้สึกกดดันนิดๆ เวลาเพื่อน(ที่ไม่ยังจบ) ถามว่า หางานได้ยังวะ

มันก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น

ขอเวลาสักนิดแล้วกันเน้อ

สู้ต่อไปนะ ชุชิ

.



มนุษย์หิน dot em
View full profile