2009/Apr/02

*

โทษทีเน้อ ที่อยู่ๆก็หายจ๋อมจากบล็อกทั้งสอง ทั้งๆที่ก็เข้าเน็ททุกวัน 555

ชีวิตช่วงนี้ก็มีการเปลี่ยนแปลง เพิ่งทำงานวันแรกเมื่อ 19 มีนาคม หลังวันเกิดพอดิบพอดี

งานที่ทำถึงกับไม่ได้ตรงกับที่ชอบมากนักแต่ก็โออยู่ ทำให้เราเลี้ยงตัวเองได้ม

เลิกงานตรงเวลา (เยี่ยม) เสาร์ อาทิตย์ หยุด แค่นี้ก็เริ่ดแล้ว

แม้ว่าจากที่ตั้งใจว่า เสาร์อาทิตย์จะทำนู่นทำนี่ แต่ไปเที่ยววันเดียว

อีกวันนึงพักก็หมดแระ

แล้วก็มีอีกเรื่องที่น่าตื่นเต้นคือ.......

ตอนนี้เพิ่งรับแมวมาอุปการะ 1ตัว ซึ่งเจ้าตัวนี้วางแผนไว้ตั้งแต่ยังไม่คลอดเลย

ตั้งชื่่อเสร็จสรรพว่า "โกดัง"

ทีนี้แม่ก็ไ่ม่ชอบก็พยายามจะเปลี่ยนแต่ไอเราก็เปลี่ยนไม่ได้เพราะว่า เรียกทีไรก็เรียกชื่อนี้ทุกที

พอดีรูปอยู่ในกล้องแต่ยังไม่ได้ลง

แต่อยากอวดมาก (ขี้เห่อแมวตัวเอง)

มันน่ารักน้า

เอารูปไปดู sample 

รูปดูทุลักทุเลหน่อยเพราะถ่ายจะกล้องโน็ตบุ้ก แล้วก็ยุกยิกสุดๆ 55

เลี้ยงแมวก็เหนื่่อยเอาการ แถมโดนแม่บ่นอีกตะหาก

แต่ทำไงได้ก็รักนิ

ลืมบอกไปว่า เจ้าโกดัง เกิดวันที่ 14 ก.พ พอดีพอดีเลย

 

คิดถึงทุกคน

ชุ

2009/Mar/17


มนุษย์สองคนรักชื่นดูดดื่ม

หันเหคิดเองว่า กำลังสูดกลิ่นความรัก

ดื่มด่ำทุกเวลา ทุกวันที่มีกัน

ห่วงหา อาธร ทุกวันทุกยาม 

ความสุขอบอุ่นใจ

กอดเกี่ยวกันไว้ไม่ให้หลุดไป


วันหนึ่งราวกับจะขาดหายใจ

อากาศหายไปราวหมดโลก

ความรักหายไป

มนุษย์สองคนหันหลังให้กัน

ไร้ความผูกพัน ไร้ความรัก

เย็นชา และเห็นแก่ตัว
 
มนุษย์สองคนจากกันไปแสนไกล

ธาตุอากาศของความรักที่คิดว่าหายไป


แท้จริงแล้วมิใช่

แต่หากแล้ว มันมิเคยมีจริง

2009/Mar/09

*

มีเรื่องน่าแปลกอยู่อย่างหนึ่งคือ อาการชอบน้อยอกน้อยใจของฉัน

ทำให้รู้สึกโดดเดี่ยวอยู่บ่อยครั้ง ทั้งที่มีคนพร่ำบอกให้ ว่า เธอหนะยังมีคนที่เป็นเพื่อน

มีคนที่คอยช่วยเหลือ ถ้าเธอนึกว่าเธอโดดเดี่ยว เธอก็มองไม่เห็นพวกเขาหรอก

น่าแปลกที่ฉันชอบมีอาการความเศร้าบังตาอยู่บ่อยครั้ง

จนลืมนึกถึงผู้คนทั้งหลายเหล่านั้น

น่าสงสารหมีที่แม้จะรักฉันมาก

แต่ฉันชอบพูดจาไม่ดีบ่อยครั้ง

แย่เสียจริงๆ

...

เมื่อเช้านี้ ดีใจมากเมื่อเพื่อนรักโทรมาปลุก

"นี่วันก่อนโทรมามีไรหรือเปล่า ชั้นไปสัมมนาหัวหินมา"

ฉันก็เองก็จำไม่ได้โทรไปทำไมหว่า สงสัยคิดถึง

"นี่เดี๋ยวไปกินข้าววันเกิดกัน"

"เลี้ยงเหรออออออ" น้ำเสียงดีใจสุดๆ คุณเพื่อนก็เออออ

ดูเห็นแก่กินนิดหน่อย 555 แต่จริงๆก็ดีใจที่เพื่อนยังจำได้

...

ตอนนี้ก็หางานอยู่มีสัมภาษณ์บ้าง แล้วก็ไม่ได้บ้าง

แต่ก็คงต้องหาต่อไปเน้อะ

...

 

 

2009/Mar/01

ปล.

ขอโทษนะแดนที่เอามาเขียนถึง แต่มันปลื้มนะนี่

...

วันนี้อยู่ๆก็มีน้อง add mail ใน MSN เข้ามา ซึ่งไอเราเห็นจากชื่อเมล์ก็พอเดาได้ว่าคนรู้จักกัน

(น้องแดนเพื่อนปูนนี่ซึ่งเป็นเพื่อนคุณหมีแต่สุดท้ายแล้วเราก็กลายมาเป็นเพื่อนๆกัน)

หลังจากที่บอกว่าเป็นใครแล้ว

น้องเขาก็ว่า

" เข้ามาจะบอกพี่ว่า ชอบ " (แล้วนิ่งไปสักพัก)

ไอเราถึงกับอึ้ง ชอบไร ชอบชั้น ซึ่งคงไม่ใช่ เอ้ะ เอ้ะ

"ชอบกลอนในบล็อกพี่ ...มันสวย เศร้า เฟื่องฝัน"

..

ได้ยินอย่างนี้ก็ปลื้มเลย ตอนนั้นกลอนไหนไม่รู้ปลื้มไว้ก่อน 555

น้องเขาบอกว่า ชอบ entry ฉันคือสายลม กับ ฝน(และทางเลือก)

ก็เลยเอาลิงค์มาให้อ่านกัน เผื่อใครไม่เคยอ่าน เพราะมันเก่ามาก จนเจ้าของบล็อกแทบลืมเลยหล่ะ

ฉันคือสายลม

http://uwaki.exteen.com/20070808/entry

ฝน(และทางเลือก)

http://uwaki.exteen.com/20061205/entry

...

มีคนอ่านอะไรที่เขียนไว้แล้ว มีคนชอบ รู้สึกปลื้มเล็กๆ

"บางทีคนเราเจออะไรที่เข้ากับจริตแล้วมันอดคุยกับเจ้าของผลงานไม่ได้เนอะ"

น้องแดนแอบมีแถมท้าย

...

ช่วงนี้มีรู้สึกสั่นคลอนกับสิ่งที่ตัวเองทำ ทำได้ หรือกำลังจะทำ

ว่าเฮ้ย นี่เราเก่งจริงเหรอ ฝีมือเรานี่สู้เขาได้ป่าว

แต่ทั้งนี้มีพี่คนหนึ่งเขาเคยบอกว่า บางทีเราอาจคิดว่าเราไม่เก่ง แต่เราอาจเก่งในสายตาคนอื่นก็ได้

ความลังเลของฉัน มันไม่ได้ช่วยอะไร นอกจากตั้งใจทำให้เก่งขึ้นไปอีกดีกว่า

แต่กรรมอีกอย่างคือ ความขี้เกียจของฉัน

(รู้แล้วทำไมไม่แก้ฟระ)

สิ่งที่น้องแดนบอกกับความรู้สึกของฉัน มันเหมือนกันเฮ้ย บางทีสิ่งที่เรานึกไม่ถึง

มันก็มีคนชอบนะ ปลื้มหว่ะ

พูดถึงเรื่องนี้ นิสัยอีกอย่าง คือ เป็นคนไม่เชื่อเวลาคนชม (แต่วันนี้เชื่อนะ)

เวลาทำพวกโปสเตอร์ให้คอนเสิร์ต(งานของคุณหมี) หมีเขาก็จะชม ว่า สวยนะเธอ ไรทำนองนั้น

ไอเราก็  ชอบบอก ไม่เชื่อหรอก ว่าแต่จริงเหรอ จริงๆเหรอ จนหมีเขาแบบว่า นี่เธอจะถามไปถึงไหน

(ฮา)

โปสเตอร์งานต่างๆ

ถึงงานจะไม่งามมาก แต่ถ้าเราพอใจว่ามันดี มันก็ดีแล้วมั้ง

ต่อไปจะเชื่อละกัน

และที่สำคัญ

"เชื่อมั่นในตัวเองสิ"

2009/Feb/22

*

วันนี้อยากเขียนแต่ก็ไม่รู้จะเขียนอะไร รู้สึกมันอึนๆมีนๆ

แวะเข้ามาก็ได้เห็นว่า entry ตอแหลแห่งชาติ มีคนมาแวะเวียนคอมเม้นท์อีกแล้ว

ผ่านมาเจออันนี้บ่อยจังไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกัน จริงๆเคยคิดว่าจะลบหลายครั้ง แต่ว่า

มันก็เป็นอีกความทรงจำหนึ่ง ณ ขณะนั้น อ่านอีกทีก็ตลกดี แล้วคนที่มาคอมเม้นท์ก็ต่างเล่าประสพการณ์ฝากไว้ในคอมเม้นท์ แบบซะยาว

...

อ้ะ ถึงไหน

เมื่อวันก่อนเปิดมาดูรายการ เจาะใจ เป็นผู้หญิงคนหนึ่งรู้สึกว่า เขาจะเป็นนักเขียนเกี่ยวกับเรื่องชีวิตธรรมะไรงี้

ชื่อ คุณเหมียว พอฟังเค้าแล้วถึงกับเข้าใจอะไรบางอย่าง

คือเขาเล่าเรื่อง สามีนอกใจไรงี้ เล่าเรื่องเขาปฎิบัติธรรมมะ ยึดอุเบกขา (การวางเฉย)

ฟังแล้วใช่หว่ะ เขาบอกว่า ถ้าเศร้าก็อย่าไปบิ้วมันมาก เพราะมันเหมือนเราขีดรอยบากไว้บนจิตของเรา ยิ่งเศร้ามาก ยิ่งลึกมาเป็นเวรเป็นกรรม ที่ลบกันไม่ออกต่อไป พอฉันนึกถึงตัวเอง ชาตินี้คงทำร้ายจิตตัวเองไว้มาก เศร้าโศกเหลือเกิน สงสัยชาติที่แล้วฉันก็คงจะเป็นอย่างนี้ ความเศร้าถ้าเราปล่อยมันไว้ เดิมที่มันมีอยู่นิดเดียว อุเบกขาเข้าไว้ เดี๋ยวมันก็จางไปเอง ยิ่งไปฟังเพลง บิ้วมันเข้าไป ความเศร้าก็ยิ่งเติบโตไปใหญ่ ( นั่นแหละฉันเลย)

อีกประการ หนึ่ง เขาบอกว่า ความเศร้า ความทุกข์ มีแต่ตัวเราเองที่ทำให้มันเกิดได้ ไม่มีใครทำให้เราทุกข์ได้นอกจากตัวเราเอง คนอื่นเป็นแค่พาหนะในการนำทุกข์มา

ตัวเราเองทุกข์เพราะตัวเอง นั่นมันเรื่องจริงๆชัดๆ

อีกประการ สำหรับคนมีความรัก ที่เขาว่า ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์ เพราะว่า เรายึดมั่นถือมั่นในการเป็นเจ้าของ ยิ่งทุกข์ คิดว่าคนรักของเรา คาดหวัง ถือว่าเป็นของเรา สุดท้ายเราก็จะเป็นทุกข์ เพราะโลกนี้มันไม่จีรัง อะไร ที่เรายึดเป็นของเรา ทุกสิ่งมันไม่ยิ่งยืนจริงๆ

ศาสนาพุทธเป็นบางอย่างที่ลึกซึ้ง และที่แน่ๆมันเป็นสัจธรรมในชีวิต เหมือนหลักปรัชญา

สำหรับคุณพี่ที่ฉันบังเอิญเปิดเจอในทีวี ขอบคุณมากๆเลยนะคะ

อาจไม่เปลี่ยนชีวิต แต่จะนึกถึงให้มากที่สุด

อยู่ๆก็นึกถึงเพลง Knock the Knock มีท่อนหนึ่งมันร้องว่า

"จิตปรุงแต่งเท่านั้นคิดไปเอง"

แล้วเราจะทำอย่างไรไม่ให้เราหลอนความคิดของเรา เพ้อเจ้อไปกับความเศร้าหมองนะ

ทำอย่างไรเราจะสามารถรักษาเยียวยาตัวเองได้

ไม่มีสิ่งใดยั่งยืนจริงแท้

.....



มนุษย์หิน dot em
View full profile