poet-language

เป็นความรู้สึกประหลาดดีแท้ที่หลังจากฉันได้อ่านหนังสือจบในขณะที่นั่งบนรถเมล์

แทบอยากจะกลับบ้านแล้วเขียน blog ถึงเรื่องนี้ ถึงแม้ฉันจะไม่ค่อยมีอ่ะไรจะพูดก็เถอะ

บรรยายไม่ถูก หลังจากที่ได้อ่าน

แต่ลึกๆแล้วเข้าใจ บ้างไม่เข้าใจบ้าง

แต่ก็ต้องซ้ำอีกรอบเพื่อความเข้าใจมากขึ้นอีก

(ก็หน้าแรกเล่นบอกว่าเพื่ออรรถรสควรอ่านมากกว่า 3 ครั้ง)

ไม่รู้จะบอกว่าไง แต่ส่วนตัวแล้วชอบอ่านหนังสือของคุณปราบดา หยุ่น

แม้ว่าจะรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง แล้วคิดในใจ โอ้ย คิดได้งายยเนี่ย

เรื่องที่อ่านก็อ่านไปแค่ 3 เล่ม คือ

ความน่าจะเป็น ชิทแตก ความน่าจะเป็นบนเส้นขนาน 1 (เขียนร่วมกับคุณวินทร์ เลียววาริณ)

ชอบ แม้จะมึนๆ โดยเฉพาะชิทแตก (มันชิทแตกจริงๆ)

ส่วนแพนด้า ต้องไปหามาอ่านเร็วๆนี้

ส่วนเรื่อง ฝนตกตลอดเวลา

โอ้ย ชอบจริงๆ

(นี่แหละที่จะบอก)

คนเรามีเหตุผลของตัวเอง ไม่เชื่อลองอ่านสิ

สำหรับเราสัมผัสได้ถึงความเหงาและความรักหนะ

บอกไม่ถูก

(ขอโทษนะไม่มีสาระอะไรอีกแล้ว)

เผื่อว่าใครสนใจ ลองอ่านเรื่องย่อดู

แต่จะบอกว่า ตอนเราอ่านหนะ ไม่ค่อยได้อ่านเรื่องย่อหรอก อาจจะทำให้งงซะเปล่าๆ

ค่อยๆให้เรื่องมันเผยไปดีก่า

อ้างอิงจาก

www.typhoonbooks.com
ฝนตกตลอดเวลา
โดย ปราบดา หยุ่น


นวนิยายขนาดสั้นเกี่ยวกับชายคนหนึ่งที่ตื่นมาในที่แปลกปลอม และจำไม่ได้ว่าตัวเองเป็นใครมาจากไหน เขาเรียนรู้ว่าเขาตื่นขึ้นมาในห้องของโรงแรม ชื่อ "สมานภพโมเต็ล" และบรรยากาศภายนอกโรงแรมชุ่มฉ่ำเพราะฝนโปรยปรายลงมาสม่ำเสมอ ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด นับจากการตื่นครั้งนั้น เขาต้องเผชิญกับเหตุการณ์หลายเรื่องที่ค่อยๆ ทำให้เขารู้จักกับผู้หญิงคนหนึ่ง และเธอคนนั้นเองที่ทำให้เขารู้จักตัวเองมากขึ้นไปด้วย
"ฝนตกตลอดเวลา" เป็นนวนิยายลำดับที่ 3 ของปราบดา หยุ่น
เนื้อหาโดยกว้างๆ เกี่ยวกับความตาย ความรัก และความสัมพันธ์ข้ามมิติระหว่างคนสองคนที่มีความหมายมากมายต่อกันและกัน

* พูดถึงคุณปราบดา ก็นึกขึ้นมาได้ว่า แหมไอเราก็เคยเจอคนดังกะเค้าเหมือนกันแฮะ แบบใกล้ชิด

อ่า เล่าๆ จำได้ว่าตอนนั้น ชมรมหนึ่งใน ร ร เชิญ ปราบดา มาบรรยายเกี่ยวกับหนังสั้น

ไอเราก็ โหยอยากจะเจอ ก็ไป ปรากฎว่า พวกเด็ก stuff ชมรมนั้นบอกว่าไม่ให้คนนอกเข้าฟัง

ตอนนั้นในใจก็คิด แม ง่ แล้วจะเชิญมาทำแป๊ะ อาไร คนอื่นเค้าก็อยากฟังเหมือนกันนะ

เลยต้องรอจนเค้าบรรยายเสร็จ แล้วก็เข้าไป พูดไรกับเค้าไม่รุ้จำไม่ได้แระ แต่ขอลายเซ็นแน่นอน

ใส่กระดาษอื่น 555+

แล้วก็ได้ถ่ายรูปด้วย เย้ๆ ยืนแนบชิด ติดแขน(เสื้อ) ซึ่งปัจจุบันก็ยังไม่ได้รูปนั้น เพราะตามหาน้องคนถ่ายไม่ได้เจอ เอิ้กๆ

อ๋อ จะบอกว่าไง ปราบดา ตัวจริงดู *กรุ่มกริ่ม* อืม นี่ แหละ คำนี้แหละ กรุ่มกริ่ม

แต่ก็ดูสบายๆ

แต่ว่า ที่เล่ามานี้ไม่เกี่ยวกับที่เราชอบหนังสือของเค้านะจ้ะ บ่เกี่ยวกัน

หนังสือก็ส่วนหนังสือ คนก็ส่วนคน

ส่งเสริมการอ่านหนังสือกันน้ะจ้ะ


ฝ น (และทางเลือก)

ปล. อันนี้ก็เป็นภาคต่อจาก ท้ อ ง ฟ้ า หล่ะ มึนๆหน่อยแต่ตั้งใจเขียนจริงๆ

* ถ้าหากว่า ในวันหนึ่ง ฟ้าหม่นมีเมฆมาก คลับคล้ายคลับคลา

เหมือนว่าฝนกำลังจะตก

ผู้คนมองต่างดูท้องฟ้า

มีคนหนึ่งพูดด้วยความร้อนใจ

ฝนจะตกแล้ว ฉันไม่อยากเปียกนะ

ส่วนอีกคนหนึ่ง ยิ้มแล้วพูดเบาๆว่า

ฝนตกก็ดีนะสิ ถึงเราจะเปียก

แต่สุดท้ายแล้ว ก็จะได้เห็นรุ้งกินน้ำนะ

เราคงไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงฝนที่จะตกลงมา เพราะถึงยังไงแล้ว

ฝนก็ยังคงตกอยู่ดี

ไม่ว่าเราจะหนีไปที่อื่น

เมฆฝนคงจะตามเราไป

เ พ ร า ะ ฝ น อ า จ เ ห มื อ น ค ว า ม ทุ ก ข์ ท น

ที่เกิดขึ้นเป็นวังวน

เพราะเราทุกคน แค่มนุษย์สามัญชน

ความทุกข์เป็นธรรมชาติที่เราไม่อาจหนีพ้น

ฉันอยากรู้เหลือเกิน ว่า เธอ

ทำอย่างไรเมื่อฝนตก

เธอจะ

ตากฝน

หลบฝน

เปียกฝน

หรือ ร้องไห้ กับสายฝน

ตา ก ฝ น*

คือ การเผชิญกับความทุกข์ทน แง่หนึ่ง ฉันคิดว่ามันคงดี

กับการไม่วิ่งหนีมัน ยอมทนเปียกฝน ความหนาวเหน็บของสายฝน

เกาะกินเข้าไปในใจ

แต่อย่างที่ฉันและเธอรู้ดี

ไม่ว่าเราจะเปียกฝนแค่ไหน

ผ่านไปไม่เท่าไร

มันก็แห้ง

ฝนไม่ตกตลอดไป ตัวเราไม่ได้เปียกตลอดไป

นอกเสียจากว่า เราอยากจะเปียกอยู่อย่างนั้น

จะเปียกอยู่อย่างนั้นจนไม่สบาย

หรือจะลุกมากินยา ทำตัวให้สดชื่น

เช็ดหัวให้แห้ง

อยู่ที่ตัวเธอเอง เพราะมันก็แค่ฝน จะเศร้าสักแค่ไหนกัน

ห ล บ ฝ น *

ฝนที่ตกไม่หนัก เราอาจเลือกที่จะหลบมัน

เหมือนกับคนหนีความจริง

ถ้าฝนตกไม่หนักจริงหนะนะ ทำไมไม่วิ่งฝ่ามันไปหล่ะ

ไปยังจุดหมาย ลุยย้ำน้ำไป

เปียกนิดๆ แต่ก็ถึงที่หมาย

เพื่อที่เธอจะได้เรียนรู้ในวันข้างหน้า

ที่จะไม่กลัวฝนอีกต่อไป

หรือว่าจะรอให้ฝนมันตกหนัก

แล้วมันก็สาดมา

แล้วเธอก็เปียกอยู่ดีนั่นแหละ

อาจจะเปียกมากกว่าเดิม

ใครจะรู้

ฉันก็รู้นะ ว่าทุกอย่างที่เราพบเรารู้สึก

มันขึ้นอยู่กับตัวเราเอง

ฉันแสนทุกข์ทน ที่เธอต้องแบกความทุกข์

ถ้าหากว่าวางมันลง

เหมือนฉัน

เธออาจจะสบายขึ้นก็ได้นะ

ปล. ฝนอาจมีตอนต่อไป

* จริงอยู่ที่วันอังคารเป็นวันที่ดีมาก (ไปดู ฟลัวร์) แต่มาวันพุธ มันกลับหวิวจนบอกไม่ถูก เพราะว่าไปเจอแฟนเก่ามา และเพราะคิดยังไงไม่รู้ ที่วันนั้นคุยกันแล้วมันถามว่า เป็นแฟนกันมั้ย

ไม่รู้สึกนะ เพราะฉันเหงามาเกินไป หรือเพราะคิดถึงเธอกันแน่ นึกไปถึงวันเก่าๆ ตอนเราเคยอยู่ด้วยกัน ฟังเพลงแล้วก็ร้องไห้ เศร้าใจ ไม่รู้ทำไม ปีนึงแล้วเหรอ

วันพุธรอตั้งนาน เหนื่อยก็เหนื่อย เรียนทั้งวัน เลิกเรียนตั้งแต่ 3 โมง ต้องมารอถึง ทุ่มนึง (ไม่รู้จะรอทำไม แต่เพราะเอาของมาให้เลยรอ) ปรากฎว่าอยู่กับเพื่อน (แล้วทำไมไม่บอก) ไม่รู้จะพูดอะไร เลยให้ของแล้วเดินจากมา (ซะงั้น) เธอบอกว่าจะโทรมานะ (แล้วก็ไม่โทรมา ชิ)

ไม่เจอกันมาตั้งนาน กลายเป็น คิงคอง ซะแล้ว หยั่งกะอาโนล บ้าป่าว แต่ก่อนเป็นหุ่นเพรียว กล้ามเล็กน้อย

เปลี่ยนไปขนาดนี้

ฉันไม่กล้าอยู่นานไปกว่านี้ เดินจากมาฟังเพลงไปน้ำตาจะไหล เฮ้ออ

หน้าหนาวทำให้คนเหงา หรือเปล่านะ

ที่เศร้าอาจจะเป็นเพราะ ลึกๆ ฉันก็รู้ว่า เธอเอง อาจไม่ได้เป็นเหมือนเดิม (พูดแบบน้ำเน่า มองตาก็รู้)

ฉันเองก็ไม่เหมือนเคย

เวลาหนึ่งปี ที่ผ่านมาอะไรเปลี่ยนไปมากมาย จนไม่เคยนึกถึง ไม่ใช่เพราะว่าเธอกลายเป็นคิงคอง แต่เพราะฉันก็ไม่อาจกลับไปเดินทางกับเธออีกต่อไป เบื่อที่เธอยุ่งตลอด ทำนู่นทำนี่ เจอกันทั้งที่คุยโทรศัพท์ยุ่งตลอด

การตัดสินใจ ของฉัน เป็นเหมือนเดิม

อาจจะเศร้าเพราะคิดถึงแต่ก่อน คิดถึงคนที่เคยรัก วันเวลาป่วยๆ ที่ผ่านมา

อาจเป็นเพราะ ฉันโดนหลอกมา เลยคิดถึงเธอ (เหมือนที่เธอชอบพูดว่าฉันว่า ฉันไม่เคยเห็นค่าเธอเลย จนกว่าจะมีปัญหา) อย่างน้อย คนที่เคยห่วงฉันที่สุดคงเป็นเธอ

ฉันแค่เหนื่อย ที่ต้องอยู่เดียวดาย แม้ว่าจะมีเพื่อน แต่บางทีเหมือนคนที่หลอกตัวเองว่า สบายดี ตลอดหนึ่งปี

ทางที่เลือก มันไกล จนย้อนกลับไปไม่ได้ ไม่มีทางย้อนกลับ

ถึงให้กลับมันก็ไม่เหมือนเดิม ฉันไม่ชอบทางที่เธอเดินไป เธอไม่เคยเข้าใจสิ่งที่ฉันอยู่กับมัน

เด็กนิเทศบ้าๆอย่างฉัน กับ นักเรียนนายร้อยอย่างเธอ

มันไปไม่ได้ จริงๆ(หว่ะ) คนเรามันเข้ากันไม่ได้เพราะอย่างนี้ นี่เอง

* เพราะพวกเราโตขึ้นมาก มากกว่าตอนเราเป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่ ป 4

โตขึ้นมากกว่า 5 ปี ที่เคยเป็นแฟนกันมา

เวลามันเปลี่ยน คนก็เปลี่ยน เหมือนกับเธอเคยบอกฉันว่า เธอมองไม่เห็นฉันคนเก่าแล้ว คนที่เธอเคยรัก

ฉันก็ไม่เห็นเธอเหมือนกัน ตั้งแต่ตอนที่เธอทำตัวเหมือนเพลง ร้อนตัวของ m the star เหอะๆ

คิดว่าฉัน คงทำถูกแล้ว ยิ่งมันนาน ฉันอาจจะเกลียดเธอไปมากกว่านี้ หรือเธออาจจะเกลียดฉัน

ตอนนี้หายโกรธแล้ว ไม่ทุกข์ไม่ร้อน

แค่รอการทำใจ

ที่เราสองคน จะกลับมา เป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม

มันอาจจะนาน

จนกว่าจะถึงวันนั้น....

ปล. ตอนนี้ใจฉันเหนื่อย พาลให้ร่างกายเหนื่อยด้วย กินอะไรไม่หิวกินไม่ลงตลอด

ขอเวลาปรับตัวสักนิด อาทิตย์หน้าคงหายดี กลับมาบ้าบอเหมือนเดิม เฮ้อออ

ไม่รุ ไม่รุ งง อยากจะไปพูดอะไร
อะไร ทำไม ยังไง มึน
อ๋อ เรื่องเล่า อยากจะไปพูด
เมื่อวานเพื่อน ปิดบล็อกไปคนหนึ่ง ใจหายเหมือนกัน เพราะอ่านเป็นประจำ
ถ้าเหตุผล เค้าว่า ไม่รุ้จะเขียนให้คนอื่นอ่านทำไม
อืม แต่เรายังจะเขียนนะ 55+
วันนี้เราจะเขียนไม่ค่อยรู้เรื่อง เพราะเราไม่ค่อยรู้เรื่อง


*จากนี้มันคือกลอนเปล่าที่เขียนไปเรื่อยๆ นึกถึงเรืองที่เพื่อนเคยประสบ คำเลยรุนแรงไปหน่อย

คน

ชีวิตไหลไปแสนเชื่องช้า
ยังคงดำเนินต่อไป
ความเหนื่อยหน่าย
ชิวิตช่างช้า
ผู้คนไหลไปตามความดำเนินไป
ถ้าหากฉันมีแรงทำสักสิ่ง
หากฉันทำได้

ฉันเองก็แค่มนุษย์ผู้โง่งม
คิดฝันมากมาย
เอื้อมไม่ถึง
แค่คิดแค่ฝัน
อุดมคติ ความฝัน
อยากจะไป

ผู้คนต่างคิดตัวเองดีเด่น
เพียงไหน
แก่นลึกคืออะไร
เราทุกคนต่างมาจากที่เดียวกัน
เกิดแบ่งเป็นชนชั้น
จากสิ่งใด

เหล่าคนที่มองคนอื่นด้อยค่า
หยามเหยียดด้วยหางตา
มึงแน่มาจากแห่งใด
ทรัพย์สินหลากหลายได้เป็นมี
แค่นี้ตัดสินคนตรงไหน

ทำประหนึ่งมึงสง่า เป็นเทวดา
กูอยากจะรู้นักว่า
ปัญญามึงมีมั้ย

ทำเหยียด เหยียด
เพียงแค่ไม่ชอบหน้า
สันดาน
มึงดีตายห่า
เจริญมั้ย

ตัดสินคนตรงไหน

ภายนอกมองไป
เห็นสิ่งใด
.....เนื้อใน ใจกาย
มึง..สวยงาม
ทราม...ข้างใน

ผู้คน
อำนาจ
.....เงิน
ชักจูง
มนุษย์โง่ โง่ พากินเดินตามไป
ไปทางเดียวกัน

ทุกคนอยากได้อยากมี
บูชาทุนนิยม
ส่วนหนึ่งเสื่อมโทรม
ส่วนหนึ่งเจริญงาม

ความไม่เท่าเทียมทางสังคม
ไม่มีวันพ้นไป
ทุกคนตามหา วิ่งไปสู่สิ่งใด

สุดท้าย คือ ความ มืด ดำ


ช่วงนี้เรางานเยอะมาก ไม่ค่อยได้มาอัพ ไม่ค่อยได้ตามคอมเม้นท์
แต่โปรดอย่าลืมเลือนบล็อกเรา
555+
เหนื่อยมากมาย

เป็นความรู้สึกแบบเบื่อเครียด

เหงา

เศร้า

เหนื่อย

จะบ่นเรื่องคุณ

เพราะคุณก็คงไม่มาอ่านอยู่ดี

(ยังไงคงไม่สนใจอยู่แล้ว)

.

.

คนเรานี่ก็บ้าเนอะ

คิดถึง อยู่ ได้

.

.

ก็เพราะบางทีได้แต่คิดถึงคุณ

ไม่มีความหมายอ่ะไร

.

สับสน

เพราะไม่รู้ตัวเองเป็นอ่ะไร

.

.

ดัน เหงายิ่งกว่าเดิม

เพราะคิดถึงคนบางคน

.

.

คุณบอก "เราไม่เหงาเลย งานเยอะมาก"

.

.

งานเยอะเหมือนกัน แต่ผมเหงาเพราะคิดถึงคุณ

อ่อนใจ เพราะอยากให้คุณเข้าใจ

.

.

ไร้สาระเกินไป เราก็รู้

คุณงานเยอะผมก็รู้

อยู่ตั้ง ถาปัด ลาดกระบัง ใกล้เหลือเกินนะคุณ

เรียนถ่ายภาพ งานยุ่งน่าดู

.

.

ทำให้คุณวุ่นวายรำคาญใจป่าวหนอ

เพราะเรามันเป็นอย่างนี้

เป็นแค่คนตัวเล็กๆ ที่อยากมีกำลังใจ

จะได้สู้งานต่อไป

.

.

ความคิดถึงของฉันที่แสนไร้ความหมาย

.

.

เออ เป็นไรกันก็เปล่า

จะคิดถึงกันทำไมให้วุ่นวายใจวะ

ช่างเด้ะ

ไม่สนใจ ไม่สำคัญ ไม่เป็นไร

ถ้าหากความคิดถึงมันทำให้วุ่นวายใจนัก

วุ่นวายใจตัวเอง

ก็หยุดจนกว่าจะพบ

ความแน่ใจ

คงไม่เป็นไร

ถ้าคุณมาทำให้วุ่นวายใจ แล้วสุดท้ายก็จากไป

.

.

โลกมันโหดร้าย แล้วคนก็ต้องทำใจ

ยอมรับ

.

.

กูเปนไรวะเนี้ยะ

.



มนุษย์หิน dot em
View full profile