blah-blah-blah

 (รูปนี้ถ่ายฟิลม์กล้องป๊อกแป๊กปากซอยแถวบ้าน)
 

ที่ๆฉันอาศัยอยู่ ณ ปัจจุบัน เป็นที่เดิมที่คุ้นชินมาตั้งแต่เกิด เติบโต เป็นชานเมือง ถนนแปดเลนที่ใครๆก็ตามที่ไม่เคยมา แล้วมีเหตุอันต้องมา มักจะลงความเห็นกันว่า โคตรไกลตัวฉันเองก็คิดว่าไกลนะ เพราะการจะเดินทางไปเรียนหนังสือ ต้องเข้าเมืองต่อรถไฟฟ้า อะไรต่อมิอะไร แต่ถึงจะเป็นชานเมืองแต่รถก็ติดอยู่ทุกวัน ไม่รู้จะติดอะไรนักหนา จนบางทีถึงกับท้อใจ ตื่นเช้าไม่ทันเลยต้องไปทำงานสาย ไปเรียนสาย ก็ว่ากันไป

สถานที่หลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา 20 กว่าปีที่ผ่านมา มีพื้นที่ตรงหนึ่งเคยเป็นผับอะไรสักอย่าง แล้วก็กลายเป็นผับอะไรอีกสักอย่าง สุดท้ายลงตัวกลายเป็นคอนโด กลายเวลาทำให้หลายอย่างเปลี่ยนแปลงไป ร้านอาหารที่ฉันเคยไปกินตอนเด็กๆ ชื่อ ร้านฉัตรแก้ว จำได้ว่า ปลากระพงนึ่งมะนาวอร่อยมาก กลายเป็นโชว์รูมรถยี่ห้อดังมาหลายปีดีดัก ร้านไก่อบฟางที่ป้ายติดๆดับๆมานาน กลายเป็นร้านอาหารทะเล ทางด่วนผุดขึ้นมาให้รกหูรกตา ดูวุ่นวาย ที่ฮาคือ แถวบ้านมีคอนโดผุดกับเค้าเหมือนกัน (รู้สึกว่าจะชานเมืองไปนิดนะ) แปลกดีเพราะที่ตรงนั้น เป็นอะไรมาหลายอย่าง เดิมทีเป็นที่ว่างๆให้คนมาตั้งแสดงสินค้า แล้วก็กลายเป็นร้านอาหาร จากนั้นกลายเป็นที่ไดรฟ์กอล์ฟ ไม่ถึง 5 ปี กลายเป็นคอนโดเสียแล้ว ทว่าคอนโดนี้คงอยู่นานหน่อย

ตลาดแถวบ้านฉันดูจะเหมือนเดิมมากที่สุด ยังไงๆก็ดูเหมือนเดิม อาหารไม่มีอะไรอร่อยมากนัก 55 ผู้คนก็หน้าตาเดิมๆ มีร้านหนังสือสองร้าน แต่ก็มีหนังสือเยอะดี คิวมอเตอร์ไซค์เหมือนเดิม ต่างที่ค่ารถเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จาก 5 บาท ขยับเป็น 8 บาท จนทุกวันนี้ 10 บาท แต่คาดว่าคงยังไม่ขึ้นเร็วๆนี้เพราะช่วงนี้น้ำมันไม่ขึ้น

ในซอยบ้านฉันก็เป็นบริเวณทีมีนู่นมีนี่เปลี่ยนไปมาก เช่น ในซอยจะมีตึกแถวรายทาง ห้องเหล่านั้นก็จะมีคนมาเปิดเป็นร้านค้าบ้าง แต่ก็เจ้งไปเสียส่วนใหญ่ จึงมีร้านหลายๆแบบมาตั้งเป็นประจำ

เล่าเรื่องอย่างนี้รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนแก่เหมือนกัน แต่การที่เราได้เห็นความเปลี่ยนแปลง มันก็ทำให้เราได้รับรู้อย่างหนึ่งหล่ะมั้ง ว่า อะไรมันก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาทั้งนั้นแล

 

*

ช่วงนี้ไม่ว่าเปิดทีวีไปช่องไหนก็มักจะเจอข่าวเด็กชาย เคโงะ กับความคืบหน้าเกี่ยวกับพ่อ

ตอนมีข่าวตอนกลางวันแล้วมีข่าวนี้เป็นข่าวแรก เป็นเด็กชายเคโงะวิ่งแก้บน ก่อนข่าวเกี่ยวกับพันธมิตรเสียอีก

ก็เลยรู้สึกอึนๆ ว่า โอ้ว สำคัญขนาดนั้นเีชียวหรือ

ไม่ใช่ว่าเห็นเรื่องของน้องไม่สำคัญนะ แต่สำหรับข่าวคือมันสำคัญขนาดนั้น(เลยเหรอ)

แน่นอนว่าชีวิตของแต่ละคน ก็คงมีเืรื่องราวแตกต่างกันไปในแต่ละคน

การที่เราให้ความสำคัญกับเด็กคนหนึ่งที่ตามหาพ่อ มันก็ดีเฉกเช่นถ้าเราให้ความสำคัญกับเด็กเร่ร่อนที่เราเห็นๆหล่ะ เด็กชายเคโงะผู้แสนโชคดีที่ได้รับโอกาส จากนี้ชีวิตก็อาจจะสดใส ช่างต่างจากเด็กคนอื่นๆเหลือเิกิน

ฉันอาจคิดประหลาดกับเรื่องนี้ ฉันอาจไม่อยากรู้เรืื่องนี่

เอ ไม่รู้สิ แล้วข่าวคืออะไรหล่ะ

*

ช่วงนี้ก็สบายดีนะ อยู่กับแมวทะเลาะกับแมวบ้างตามประสา

นี่คือเจ้า โกดัง ซึ่งก็โตขึ้นมากเลยจากวันแรกๆที่มา มาอยู่บ้านได้สองเดือนแล้ว อาืทิตย์ที่แล้วพาไปฉีดวัคซีนครบสองเืดือนมาแล้ว เ้ด้วสิ้นเดือนพาไปฉีดอีกตัว

...

ช่วงนี้ทำงานก็เบื่อๆ งงๆ อึนๆ 

กลายเป็นช่างภาพวิดีโอ และตัดต่อไปแล้ว

ทำงานหลายอย่างเหลือเกิ้น

...

 มีคำพูดหนึ่งของพี่คนหนึ่ง เขาบอกไว้ว่า เวลานอนคนเราจะไม่เจ็บปวด ไม่หิว ไม่ทุกข์

ประทับใจมาก คิดดูแล้วอาจจะจริง แต่เวลาฉันทุกข์ ฉันมักฝันร้ายเสมอ

....

คนเราบางทีก็พบกันด้วยพรหมลิขิตเส้นด้ายที่่มาเกี่ยวไว้ 

โลกนี้ช่างซับซ้อนเหลือใจ

ฉันวิ่งวนเดินทางเพื่อพบพาน

ชีวิตใหม่ๆ

วงกลมล้วนหมุนไป

ชื่นใจที่ได้พบเจอ

 ....

เีขียนแบบรวมๆ พอให้หายคิดถึง

*

โทษทีเน้อ ที่อยู่ๆก็หายจ๋อมจากบล็อกทั้งสอง ทั้งๆที่ก็เข้าเน็ททุกวัน 555

ชีวิตช่วงนี้ก็มีการเปลี่ยนแปลง เพิ่งทำงานวันแรกเมื่อ 19 มีนาคม หลังวันเกิดพอดิบพอดี

งานที่ทำถึงกับไม่ได้ตรงกับที่ชอบมากนักแต่ก็โออยู่ ทำให้เราเลี้ยงตัวเองได้ม

เลิกงานตรงเวลา (เยี่ยม) เสาร์ อาทิตย์ หยุด แค่นี้ก็เริ่ดแล้ว

แม้ว่าจากที่ตั้งใจว่า เสาร์อาทิตย์จะทำนู่นทำนี่ แต่ไปเที่ยววันเดียว

อีกวันนึงพักก็หมดแระ

แล้วก็มีอีกเรื่องที่น่าตื่นเต้นคือ.......

ตอนนี้เพิ่งรับแมวมาอุปการะ 1ตัว ซึ่งเจ้าตัวนี้วางแผนไว้ตั้งแต่ยังไม่คลอดเลย

ตั้งชื่่อเสร็จสรรพว่า "โกดัง"

ทีนี้แม่ก็ไ่ม่ชอบก็พยายามจะเปลี่ยนแต่ไอเราก็เปลี่ยนไม่ได้เพราะว่า เรียกทีไรก็เรียกชื่อนี้ทุกที

พอดีรูปอยู่ในกล้องแต่ยังไม่ได้ลง

แต่อยากอวดมาก (ขี้เห่อแมวตัวเอง)

มันน่ารักน้า

เอารูปไปดู sample 

รูปดูทุลักทุเลหน่อยเพราะถ่ายจะกล้องโน็ตบุ้ก แล้วก็ยุกยิกสุดๆ 55

เลี้ยงแมวก็เหนื่่อยเอาการ แถมโดนแม่บ่นอีกตะหาก

แต่ทำไงได้ก็รักนิ

ลืมบอกไปว่า เจ้าโกดัง เกิดวันที่ 14 ก.พ พอดีพอดีเลย

 

คิดถึงทุกคน

ชุ

*

มีเรื่องน่าแปลกอยู่อย่างหนึ่งคือ อาการชอบน้อยอกน้อยใจของฉัน

ทำให้รู้สึกโดดเดี่ยวอยู่บ่อยครั้ง ทั้งที่มีคนพร่ำบอกให้ ว่า เธอหนะยังมีคนที่เป็นเพื่อน

มีคนที่คอยช่วยเหลือ ถ้าเธอนึกว่าเธอโดดเดี่ยว เธอก็มองไม่เห็นพวกเขาหรอก

น่าแปลกที่ฉันชอบมีอาการความเศร้าบังตาอยู่บ่อยครั้ง

จนลืมนึกถึงผู้คนทั้งหลายเหล่านั้น

น่าสงสารหมีที่แม้จะรักฉันมาก

แต่ฉันชอบพูดจาไม่ดีบ่อยครั้ง

แย่เสียจริงๆ

...

เมื่อเช้านี้ ดีใจมากเมื่อเพื่อนรักโทรมาปลุก

"นี่วันก่อนโทรมามีไรหรือเปล่า ชั้นไปสัมมนาหัวหินมา"

ฉันก็เองก็จำไม่ได้โทรไปทำไมหว่า สงสัยคิดถึง

"นี่เดี๋ยวไปกินข้าววันเกิดกัน"

"เลี้ยงเหรออออออ" น้ำเสียงดีใจสุดๆ คุณเพื่อนก็เออออ

ดูเห็นแก่กินนิดหน่อย 555 แต่จริงๆก็ดีใจที่เพื่อนยังจำได้

...

ตอนนี้ก็หางานอยู่มีสัมภาษณ์บ้าง แล้วก็ไม่ได้บ้าง

แต่ก็คงต้องหาต่อไปเน้อะ

...

 

 

ปล.

ขอโทษนะแดนที่เอามาเขียนถึง แต่มันปลื้มนะนี่

...

วันนี้อยู่ๆก็มีน้อง add mail ใน MSN เข้ามา ซึ่งไอเราเห็นจากชื่อเมล์ก็พอเดาได้ว่าคนรู้จักกัน

(น้องแดนเพื่อนปูนนี่ซึ่งเป็นเพื่อนคุณหมีแต่สุดท้ายแล้วเราก็กลายมาเป็นเพื่อนๆกัน)

หลังจากที่บอกว่าเป็นใครแล้ว

น้องเขาก็ว่า

" เข้ามาจะบอกพี่ว่า ชอบ " (แล้วนิ่งไปสักพัก)

ไอเราถึงกับอึ้ง ชอบไร ชอบชั้น ซึ่งคงไม่ใช่ เอ้ะ เอ้ะ

"ชอบกลอนในบล็อกพี่ ...มันสวย เศร้า เฟื่องฝัน"

..

ได้ยินอย่างนี้ก็ปลื้มเลย ตอนนั้นกลอนไหนไม่รู้ปลื้มไว้ก่อน 555

น้องเขาบอกว่า ชอบ entry ฉันคือสายลม กับ ฝน(และทางเลือก)

ก็เลยเอาลิงค์มาให้อ่านกัน เผื่อใครไม่เคยอ่าน เพราะมันเก่ามาก จนเจ้าของบล็อกแทบลืมเลยหล่ะ

ฉันคือสายลม

http://uwaki.exteen.com/20070808/entry

ฝน(และทางเลือก)

http://uwaki.exteen.com/20061205/entry

...

มีคนอ่านอะไรที่เขียนไว้แล้ว มีคนชอบ รู้สึกปลื้มเล็กๆ

"บางทีคนเราเจออะไรที่เข้ากับจริตแล้วมันอดคุยกับเจ้าของผลงานไม่ได้เนอะ"

น้องแดนแอบมีแถมท้าย

...

ช่วงนี้มีรู้สึกสั่นคลอนกับสิ่งที่ตัวเองทำ ทำได้ หรือกำลังจะทำ

ว่าเฮ้ย นี่เราเก่งจริงเหรอ ฝีมือเรานี่สู้เขาได้ป่าว

แต่ทั้งนี้มีพี่คนหนึ่งเขาเคยบอกว่า บางทีเราอาจคิดว่าเราไม่เก่ง แต่เราอาจเก่งในสายตาคนอื่นก็ได้

ความลังเลของฉัน มันไม่ได้ช่วยอะไร นอกจากตั้งใจทำให้เก่งขึ้นไปอีกดีกว่า

แต่กรรมอีกอย่างคือ ความขี้เกียจของฉัน

(รู้แล้วทำไมไม่แก้ฟระ)

สิ่งที่น้องแดนบอกกับความรู้สึกของฉัน มันเหมือนกันเฮ้ย บางทีสิ่งที่เรานึกไม่ถึง

มันก็มีคนชอบนะ ปลื้มหว่ะ

พูดถึงเรื่องนี้ นิสัยอีกอย่าง คือ เป็นคนไม่เชื่อเวลาคนชม (แต่วันนี้เชื่อนะ)

เวลาทำพวกโปสเตอร์ให้คอนเสิร์ต(งานของคุณหมี) หมีเขาก็จะชม ว่า สวยนะเธอ ไรทำนองนั้น

ไอเราก็  ชอบบอก ไม่เชื่อหรอก ว่าแต่จริงเหรอ จริงๆเหรอ จนหมีเขาแบบว่า นี่เธอจะถามไปถึงไหน

(ฮา)

โปสเตอร์งานต่างๆ

ถึงงานจะไม่งามมาก แต่ถ้าเราพอใจว่ามันดี มันก็ดีแล้วมั้ง

ต่อไปจะเชื่อละกัน

และที่สำคัญ

"เชื่อมั่นในตัวเองสิ"



มนุษย์หิน dot em
View full profile