* fiction
** ไม่เหมาะกับเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี
เธอเดินอยู่บนถนนแห่งความเชื่อมั่น ในความรักการบรรจบพบเจอ แต่หากเมื่อยามใดได้ประสพพบพานกับมนุษย์ผู้อื่นที่ต้องใจ เมื่อนั้น สติสัมประชัญญะจะเริ่มทำงาน เทวดาแห่งความคิดและมารแห่งความหลงจักเข้าครอบงำ มนุษย์ทำไ้ด้เพียงแค่ต่อสู้และหวนคำนึงถึงคำของทั้งมารแลเทวดาได้พร่ำบ่น ถึงผลแห่งความหลงมัวเมาในกิเลสตัณหาถึงความสุขสมโอฬารที่จักพานพบ กาลนี้ตราชั่งกำลังทำงานประมวลผล ท้ายสุดหน้าที่ของมนุษย์ทุกตนคือ ตัดสินทางเดินที่จักเลือก แม้เพียงไ้ด้เลือกแล้ว มารมักจะมาเพรียกหาเธอเสมอ ถึงสิ่งที่ควรทำ ความบันเทิงที่ควรได้รับจากการสมสู่ ความสนุกแลความย่ามใจ ที่ได้ทำลายคุณธรรมแลความตั้งมั่นซื่อสัตย์ความดีที่เคยสะสมมาแต่กาลก่อน
แต่มนุษย์ก็เ็ป็นเพียงเดรัจฉาน หากแต่ดีกว่าเล็กน้อยหนึ่ง เพราะไร้ฤดูผสมพันธ์ หากแ่ต่เลือกได้ที่จะทำตามสิ่งที่เหมาะควร ผัวเดียวเมียเีดียว หรือ ทำตามใจนึกสนุก ลักลอบซ่อนเร้นผิดบัง ทำสิ่งที่ผิดพลั้ง ทั้งหมดที่กล่าวมา เธอได้แต่คิด หากยังไม่ได้ทำสิ่งใดทั้งนั้น เธอพร่ำขอบคุณความคิดและจินตนาการที่สร้างสรรค์ความสุขสมโดยมิต้องลงแรง ถ้าหากการจินตนาการเป็นสิ่งที่ผิด เธอคงเป็นสตรีผู้ควรถูกตราหน้า แต่กระนั้นจินตนาการมิได้ทำร้ายใครซ้ำยังเพลิดเพลินเริญรมณ์ หากคิดตามหลักศาสนาคงจะเป็นเรื่องบาป(ในความคิด) แต่ด้วยเธอคิดได้ว่า มิมีมนุษย์ตนใดที่จิตใจสะอาดผุดผ่อง จักต้องถูกครอบงำด้วยกิเลสอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ความโลภ ก็หลงมัวเมา โมหะ โทสะ ตัณหา อยู่ที่ว่าจะบังคับจิตใจได้สักแค่ไหน
ชีวิตคนเราจักมีเท่านี้เอง หากเราพยายามฝืนกลั้นธรรมชาติที่สร้างให้เราต้องสืบพันธุ์ ร่างกายถูกกลไกมาเพื่อการนี้ พินิจมองตัวเราเองก็จะรู้ดี เธอเป็นเพื่อนกับสติ แต่เธอก็เป็นเพื่อนกับมาร ด้วยความที่ความคิดไม่สามารถหยุดลงได้ โหยหากิเลสตัณหาอย่างสุดใจ แต่ยามใดเมื่อลืมตาตื่น ความจริงทำให้เธอคิดไ้ด้แม้จะเสียดายความสุขหอมหวานดั่งลูกกวาดไปบ้าง แต่ก็ใช่ว่าจะหาไม่ได้ ถ้าเพียงแต่พอเพียงกับคนที่เคียงคู่กันมา เช่นนี้ก็คงมีความสุขดี กระนั้น กิเลสบางทีก็ครอบงำให้หลงทางไปบ้าง แ่ต่ใช่ว่าจะหาทางกลับมามิได้ เพียงเพราะอดีตมักสอนสั่งเราเสมอ ถึงเหตุและผลที่ตามมาของการก้าวเิดินออกนอกเส้นทางไปสู่ป่าดงแห่งความมัวเมา บางคนมักรอดกลับมาได้ บางคนมักหลงทางอยู่แสนนานเกินกว่าจะเข้าใจ
ฉันจักไม่หลงทาง เธอกล่าว
แต่ฉันก็มิอาจห้ามความคิดได้เช่นกัน
.