ต่อเนื่องจาก entry ที่แล้ว
*วันก่อนได้คุยกับหมีอัฐเรื่องนี้ อัฐบอกว่า
“ถ้าคนเราไม่มีความสุขที่จะอยู่ ก็ควรมีสิทธิที่จะเลือกตาย”
ถ้าไม่มีความสุขในการมีชีวิตอยู่จะอยู่ไปทำไม
สำหรับฉันพอนึกถึงเรื่องตายๆก็ใจหายทุกครั้ง
บางคนเคยนึกอยากตาย แต่บางคนก็เลิกคิด
บางทีความตายอาจไม่ใช่การแก้ปัญหาทุกอย่าง
บางทีอาจเป็นแค่ทางหนีปัญหาที่คนมักทำกัน
นั่นทำให้มีหลายคนที่ตั้งใจจบชีวิตตัวเอง
ทั้งที่ความจริงแล้ว ชีวิตคนเรามันคงไม่ทุกข์ไปทั้งหมด
ฉันเองก็ใช่ว่าจะสุขมาตลอด ทุกข์หนักบ้าง
อยากจะหนีไปไกลๆ แต่ทำได้ก็แค่ร้องไห้
บางทีทนไม่ไหวจริงๆ
อัฐบอกว่า ตอนนี้เธอไม่ได้อยู่คนเดียวแล้ว
ฉันไม่ได้อยู่คนเดียวแล้ว
ถึงอย่างไร ฉันเองก็ไม่เห็นด้วยกับเพลงนี้
ใครจะไปรู้ว่า คนเราที่ฆ่าตัวตายไปแล้ว เป็นอย่างไร
เขาจะได้สุขหรือ เขาจะมีทุกข์ แล้วเขาอยู่ที่ไหนกัน
โลกแห่งความตายเป็นอย่างไร ใครบ้างที่รู้
ชีวิตก็ยังมีค่า แม้สำหรับคนที่ไม่อยากจะอยู่
ถ้าไม่มีความสุขในการมีชีวิตอยู่จะอยู่ไปทำไม*
แล้วมันจริงอย่างนั้นหรือ
แต่ถ้ามีใครบางคนคิดอย่างนั้นแล้วต้องทำอย่างไร
มนุษย์ควรจะรักชีวิตตัวเองก่อนใช่ไหม
ฉันเองก็เคยหลงลืมไปเหมือนกันว่า ชีวิตตัวเองต้องรักตัวเองก่อน
เพราะเวลาที่โศกเศร้าความคิดอันดับแรกคือ
กูไร้ค่า ไม่มีความหมาย อยู่ไปทำไม
กูฝืนใจเพื่อการมีชีวิตอยู่เกินไปเหรอ
มันไม่ถูกเลย
แต่ยามนั้นเหมือนสมองจะปิดกั้นเราจากคนที่รัก
จากคนที่รักเรา
สมองปล่อยผ่านเรื่องราวเศร้าโศกพรั่งพรู
ความโศกเศร้าเกาะกลืนจิตใจ
*
วันก่อนฉันทนไม่ไหวจริงๆ วิ่งออกไปนอกบ้านทั้งที่ฝนตกหนัก
อยากจะหนีไปไกลๆ ไปให้ไกลบ้าน ไกลแม่
เนื้อตัวมีเงินอยู่ไม่กี่บาท ไม่ได้หยิบมือถือไป
เดินตากฝนไปกลางซอย
ตั้งใจว่าจะไปเซเว่น คิดในใจว่าต้องมีโทรศัพท์แน่ๆ
อยากคุยกับอัฐมาก อยากบอกอะไรหลายอย่าง
ความทุกข์ใจที่เป็นอยู่
เหรียญบาทที่มี 5 เหรียญ ถูกตู้กินไป 2 เหรียญ
สุดท้ายโทรหาอัฐได้ แต่คุยได้แค่เสี้ยวนาที
ถึงอย่างนั้นก็ดีใจที่ได้โทร
เหรียญหมดฉันนั่งอยู่หน้าเซเว่น
หนาว และ ฝนตกหนัก
ในหัวคิดแต่เรื่องแห่งความเศร้า
ฉันนึกถึงพ่อ คิดถึงพ่อขึ้นมา คิดถึงคำว่าบ้านที่ไม่มีความหมาย
คิดถึงตอนที่เราเคยมีครอบครัว
คิดถึงพ่อที่เคยรักกัน แต่เขากลับหายไป
คิดถึงภาพพ่อตอนขับรถและคุยกับแม่ ส่วนฉันนั่งอยู่เบาะข้างหลัง
คิดถึงความพยายามมีชีวิตของฉันที่มันไร้ความหมาย
การศึกษาที่ร่ำเรียนมาเหนื่อยยาก
คิดถึงชีวิตที่พังครืนต่างกับตอนเด็กๆ
คิดถึงฉันสมัยมีรอยยิ้ม
หรือ ฉันแค่พยายามมีชีวิตอยู่
สมองฉันนึกอะไรไม่ออก หัวใจฉันร้องไห้เหมือนกับสายฝนที่ตกหนัก
และดูเหมือนมันจะไม่มีวันหยุด
ฉันนั่งอยู่หน้าเซเว่นนานเท่าไหร่ไม่รู้
มอเตอร์ไซค์แวะเวียนมาหลบฝน
มีชายคนหนึ่งขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามา สักพักเขาจะขับออก
แต่รถเขาสตารถ์ไม่ติด เขาพยายามอยู่นาน
”ตอนนี้เขาคิดอะไรอยู่นะ” ฉันคิด
สุดท้ายเขาก็เข็นรถมอเตอร์ไซค์ออกไป ฉันไม่สนใจ
นั่งอยู่หน้าเซเว่นอย่างนั้น
หัวใจเริ่มด้านชา คิดอะไรไม่ออกแล้วแม่ก็ถือร่มมารับ ฉันไม่พูดอะไร
นิ่งเฉย และสงบนิ่ง
พอถึงบ้านเข้าห้อง ฉันคิดถึงอัฐ น้ำตาไหล
แต่เพราะหนาวเกินไป เลยอาบน้ำก่อน
น้ำร้อนกระทบร่างกาย เป็นความรู้สึกที่แปลก
ตัวฉันเย็น แต่น้ำมันร้อน
น้ำร้อนเหมือนจะทำให้ความเศร้าหนาวเย็นหายไปส่วนหนึ่ง
ร่างกายอุ่นขึ้น จิตใจสงบขึ้น
เสร็จแล้วฉันมานอน โทรหาอัฐ
”ขอโทษนะที่ทำให้เป็นห่วง” ฉันว่าอย่างนั้น
เธอก็เศร้าบอกว่า กลัวว่าฉันจะไม่กลับมาแล้วนอกจากอัฐแล้ว ปลาอีกคนก็เป็นห่วง
ขอโทษที่ทำให้วุ่นวายกันไป
ชีวิตที่ไม่มีเงิน และมือถือ ก็แย่เหมือนกัน
ฝนก็ตกหนักและน้ำท่วมด้วย
ดีที่ไม่ล้มป่วยเสียก่อน คงเพราะกำลังใจดี
ต่อไปสัญญากับเธอว่าจะไม่ทำอีกแล้ว
แต่ความหุนหันผลันแล่น ของเราคงไม่หายไปง่ายๆ
ก็พยายามอยู่
ไม่อยากจะเศร้า แต่บางทีมันก็เป็นไปเอง
ขอบคุณอีกทีที่ยังอยู่ด้วยกัน
แปลกมากที่เรามีความสุขดี แต่บางทีก็มีเรื่องกลุ้มใจ
แต่เรื่องที่เอามาเขียน ก็ดันเป็นเรื่องเศร้าๆเสียนี่
แต่จริงๆแล้ว เราอินเลิฟนะ มากด้วยหล่ะ 555+
คงเป็นเพราะเรื่องสุขๆดี ชอบเก็บไว้ในใจคนเดียวหล่ะมั้ง
กลัวคนที่นี่จะเอียนกันซะก่อน
เจอเรากับหมีอัฐได้ที่งาน เปิดตัว exteen เวอร์ชั่นใหม่เน้อ
จะควงกันไปให้อิจฉากันเลยทีเดียว
ปล. Happy Birthday ปลา blastnest นะจ้ะ
มีความสุขมากๆหล่ะ จุ้บๆ
edit @ 22 Oct 2007 22:48:25 by only human*EM (happy*)
สู้ๆนะ ชุ
