ฝ น (และทางเลือก)
ปล. อันนี้ก็เป็นภาคต่อจาก ท้ อ ง ฟ้ า หล่ะ มึนๆหน่อยแต่ตั้งใจเขียนจริงๆ
* ถ้าหากว่า ในวันหนึ่ง ฟ้าหม่นมีเมฆมาก คลับคล้ายคลับคลา
เหมือนว่าฝนกำลังจะตก
ผู้คนมองต่างดูท้องฟ้า
มีคนหนึ่งพูดด้วยความร้อนใจ
ฝนจะตกแล้ว ฉันไม่อยากเปียกนะ
ส่วนอีกคนหนึ่ง ยิ้มแล้วพูดเบาๆว่า
ฝนตกก็ดีนะสิ ถึงเราจะเปียก
แต่สุดท้ายแล้ว ก็จะได้เห็นรุ้งกินน้ำนะ
เราคงไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงฝนที่จะตกลงมา เพราะถึงยังไงแล้ว
ฝนก็ยังคงตกอยู่ดี
ไม่ว่าเราจะหนีไปที่อื่น
เมฆฝนคงจะตามเราไป
เ พ ร า ะ ฝ น อ า จ เ ห มื อ น ค ว า ม ทุ ก ข์ ท น
ที่เกิดขึ้นเป็นวังวน
เพราะเราทุกคน แค่มนุษย์สามัญชน
ความทุกข์เป็นธรรมชาติที่เราไม่อาจหนีพ้น
ฉันอยากรู้เหลือเกิน ว่า เธอ
ทำอย่างไรเมื่อฝนตก
เธอจะ
ตากฝน
หลบฝน
เปียกฝน
หรือ ร้องไห้ กับสายฝน
ตา ก ฝ น*
คือ การเผชิญกับความทุกข์ทน แง่หนึ่ง ฉันคิดว่ามันคงดี
กับการไม่วิ่งหนีมัน ยอมทนเปียกฝน ความหนาวเหน็บของสายฝน
เกาะกินเข้าไปในใจ
แต่อย่างที่ฉันและเธอรู้ดี
ไม่ว่าเราจะเปียกฝนแค่ไหน
ผ่านไปไม่เท่าไร
มันก็แห้ง
ฝนไม่ตกตลอดไป ตัวเราไม่ได้เปียกตลอดไป
นอกเสียจากว่า เราอยากจะเปียกอยู่อย่างนั้น
จะเปียกอยู่อย่างนั้นจนไม่สบาย
หรือจะลุกมากินยา ทำตัวให้สดชื่น
เช็ดหัวให้แห้ง
อยู่ที่ตัวเธอเอง เพราะมันก็แค่ฝน จะเศร้าสักแค่ไหนกัน
ห ล บ ฝ น *
ฝนที่ตกไม่หนัก เราอาจเลือกที่จะหลบมัน
เหมือนกับคนหนีความจริง
ถ้าฝนตกไม่หนักจริงหนะนะ ทำไมไม่วิ่งฝ่ามันไปหล่ะ
ไปยังจุดหมาย ลุยย้ำน้ำไป
เปียกนิดๆ แต่ก็ถึงที่หมาย
เพื่อที่เธอจะได้เรียนรู้ในวันข้างหน้า
ที่จะไม่กลัวฝนอีกต่อไป
หรือว่าจะรอให้ฝนมันตกหนัก
แล้วมันก็สาดมา
แล้วเธอก็เปียกอยู่ดีนั่นแหละ
อาจจะเปียกมากกว่าเดิม
ใครจะรู้
ฉันก็รู้นะ ว่าทุกอย่างที่เราพบเรารู้สึก
มันขึ้นอยู่กับตัวเราเอง
ฉันแสนทุกข์ทน ที่เธอต้องแบกความทุกข์
ถ้าหากว่าวางมันลง
เหมือนฉัน
เธออาจจะสบายขึ้นก็ได้นะ
ปล. ฝนอาจมีตอนต่อไป